ท่ามกลางระบบนิเวศการลงทุนที่กำลังเติบโต เราเริ่มเห็นสัญญาณของปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรุ่นใหม่หากไม่เร่งปรับตัว หัวใจสำคัญของความสำเร็จในโลกการเงินวันนี้คือคำถามที่ว่า ใครคือผู้ที่นั่งอยู่บนโต๊ะตัดสินใจอนาคตของธุรกิจหน้าใหม่
ภาพสะท้อนของระบบเงินทุนในหลายประเทศปัจจุบันเปรียบเสมือนท่อส่งน้ำที่มีขนาดปลายทางเล็กเกินไป กลุ่มธุรกิจที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมแต่ขาดประวัติทางการเงินมักจะตกอยู่ในสถานะลำบาก
เทรนด์การลงทุนรอบติดตามผล (Follow-on funding) กำลังบดบังโอกาสของโปรเจกต์ใหม่ๆ ภาวะคอขวดนี้ทำให้ธุรกิจที่มีศักยภาพต้องปิดตัวลงก่อนที่จะได้แสดงฝีมือ
สถิติระบุว่าในบางประเทศมีสัดส่วนนักลงทุนผู้หญิงเพียง 14 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การที่นักลงทุนกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกันทำให้มุมมองในการมองตลาดแคบลง
นี่คือเหตุผลสำคัญที่องค์กรอย่าง มินต์ เวนเจอร์ส และกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่พยายามผลักดันความหลากหลาย แท้จริงแล้วการเป็น Angel Investor ลิงก์นี้ เริ่มต้นจากความรู้และเครือข่ายที่แข็งแกร่ง
หลายคนเชื่อว่ามาตรการจูงใจทางภาษีเป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ไม่มีใครคาดหวังความสมบูรณ์แบบของตัวเลขในวันที่ธุรกิจยังไม่เริ่มต้น
จงมองหานักลงทุนที่ไม่ได้ให้แค่เงินแต่ให้ความรู้และเครือข่าย ความจริงใจและความซื่อสัตย์คือสกุลเงินที่มีค่าที่สุดในโลกของการเจรจาธุรกิจ
เมื่อเราเปิดกว้างให้กับนักลงทุนทุกกลุ่ม โอกาสใหม่ๆ ก็จะปรากฏขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติ จงจำไว้ว่าแผนธุรกิจที่สวยหรูอาจดึงดูดสายตาได้เพียงชั่วครู่ ถึงเวลาแล้วที่นักธุรกิจไทยจะนำบทเรียนเหล่านี้มาปรับใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในเวทีสากล
Comments on “ทางรอดของธุรกิจหน้าใหม่: ทำไมความหลากหลายในกลุ่มนักลงทุนถึงสำคัญกว่าตัวเลขในบัญชี”